บริการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่เน้นคุณภาพชีวิต มากกว่าการยื้อเวลา

Posted on Categories:Health, Medical
บริการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

                ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดของชีวิต คุณภาพชีวิตที่ดีย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้จิตใจอยู่ในภาวะที่ดี เช่นเดียวกันกับการดูแลผู้ป่วยในระยะต่าง ๆ ตั้งแต่ระยะแรกจนถึงระยะสุดท้าย บริการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายควรเน้นคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยในระยะสุดท้ายของชีวิต ช่วยให้ทั้งผู้ป่วยและครอบครัวสามารถใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความหมายภายใต้การดูแลที่เหมาะสม  ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้จิตใจหดหู่หรือเป็นเพียงการยื้อเวลาเท่านั้น ครอบครัวของผู้ป่วยควรศึกษาข้อมูลแนวทางการให้บริการของศูนย์ดูแลผู้ป่วย เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกใช้บริการ โดยเน้นไปที่แนวทางการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ครอบคลุมคุณภาพชีวิตในทุก ๆ ด้าน

บริการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ให้ความสำคัญทั้งการดูแลร่างกายและการดูแลทางใจ

บริการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายด้านร่างกายต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์ มีผู้ดูแลใกล้ชิดซึ่งเป็นผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างดี โดยการดูแลรักษาผู้ป่วยระยะสุดท้ายจะเป็นการประคับประคอง จึงเน้นไปที่การบรรเทาความเจ็บปวดจากอาการต่าง ๆ และป้องกันความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การดูแลผู้ป่วยตามแนวคิดการดูแลแบบประคับประคอง มุ่งเน้นการบรรเทาอาการเจ็บปวด  และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและจิตใจ จากอาการต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมด้านจิตใจต่อไป

เมื่อร่างกายของผู้ป่วยได้รับการดูแลเป็นอย่างดีแล้ว บริการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่เน้นคุณภาพชีวิตจะเน้นการดูแลจิตใจด้วยเช่นกัน ผู้ป่วยควรได้รับพลังบวกจากการสื่อสารกับผู้ดูแลและคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นกำลังใจจากผู้ดูแล การพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ป่วยด้วยกัน ไปจนถึงทางเลือกต่าง ๆ ที่ผู้ป่วยสามารถเลือกเองได้ การสื่อสารที่ดีจะช่วยเสริมพลังให้ผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี

คุณภาพชีวิตที่ดี ภายใต้สภาพแวดล้อมและกิจกรรมด้านจิตวิญญาณ

บริการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายยังต้องครอบคลุมไปถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่ว่าจะเป็นสภาพห้องที่สะอาด โปร่งโล่งสบายตา องค์ประกอบเกี่ยวกับธรรมชาติ ต้นไม้ ดอกไม้ ที่ช่วยให้อารมณ์ของผู้ป่วยสุขสงบ ทั้งนี้ ครอบครัวอาจพิจารณาสร้างสภาพแวดล้อมตามความเหมาะสมของผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยที่ชอบดนตรี ก็สร้างบรรยากาศผ่อนคลายด้วยดนตรี ผู้ป่วยที่ชอบศิลปะ อาจตกแต่งห้องด้วยภาพศิลปะแบบที่ผู้ป่วยชอบ เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีความเชื่อด้านจิตวิญญาณที่แตกต่างกัน การพูดคุยสอบถามและจัดกิจกรรมด้านจิตวิญญาณให้ผู้ป่วยได้มีส่วนร่วม จะช่วยให้การดูแลรักษาในระยะสุดท้ายเป็นช่วงชีวิตที่มีคุณภาพ

บริการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายเป็นการสร้างช่วงเวลาดี ๆ ที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้สัมผัสความสุขที่เรียบง่ายและสงบ แม้จะอยู่ภายใต้การรักษาโรคที่สร้างความเจ็บปวดทางกาย ก็รู้สึกสบายตัวและสบายใจมากขึ้นเมื่อได้รับการดูแลรักษาที่ดี ดังนั้น การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่เน้นคุณภาพชีวิต จึงไม่ใช่แค่การยื้อเวลาให้ผู้ป่วยอยู่ได้นานที่สุด แต่เป็นการดูแลที่ช่วยให้ผู้ป่วยสัมผัสกับชีวิตที่ดีอีกช่วงหนึ่งของชีวิตนั่นเอง